ความลับที่ซ่อนอยู่ ทำไม LTF ต้องถือครอง 7 ปีปฏิทิน


ขึ้นชื่อว่า LTF หรือ กองทุนรวมหุ้นระยะยาว ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าลงทุนระยะยาว แต่ทำไมต้องยาวหละ “LTF ต้องถือครอง 7 ปีปฏิทิน” แล้ว 7 ปีปฏิทินคืออะไร นานมั้ย เพื่ออะไร มาหาคำตอบกัน ส่วนใครที่ยังไม่รู้จัก LTF [อ่านเพิ่มใน : LTF คืออะไร? ถามตอบ]

LTF หรือ กองทุนรวมหุ้นระยะยาว มีจุดประสงค์จัดตั้งขึ้นมาให้คนไทยได้ทำความรู้จักตลาดทุน ได้หัดออมผ่านการลงทุนด้วยกองทุนหุ้น และ เป็นการเพิ่มเม็ดเงินและสัดส่วนสถานบัน(กองทุน)ในตลาดให้มากขึ้น จะช่วยให้ตลาดมีความเสถียรภาพมากขึ้น ราคาหุ้นจะได้ปรับตัวไปตามมูลค่าที่ควรจะเป็นมากขึ้น แต่เมื่อขึ้นชื่อว่าหุ้นแล้วมันจึงมีความเสี่ยง ดังนั้นรัฐจึงศึกษาหาวิธีที่จะทำอย่างไรให้ คนทั่วไปสามารถลงทุนใน “กองทุนหุ้น” ที่สามารถสร้างผลตอบแทนระยะยาวได้ดี แต่คนทั่วไปต้องไม่เสี่ยงไปด้วย

 

วิธีลดความเสี่ยงจากการลงทุน

  1. กระจายความเสี่ยงด้วยกองทุนรวมหุ้น” – กองทุนคือการลงทุนโดยมีผู้บริหารกองทุน ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการลงทุน ได้รับการรับรองจากตลาดหลักทรัพย์ และได้รับความเชื่อถือจากบริษัทหลักทรัพย์จากการกองทุน (บลจ.)มาดูแลเงินของผู้ลงทุน ข้อดีของการลงทุนใน “กองทุน” คือ มีผู้เชี่ยวชาญดูแล และ เป็นการกระจายความเสี่ยงจากการลงทุน เพราะหากเราลงทุนใน หุ้นตัวเดียว หากบริษัทขาดทุนหรือล้มละลาย โอกาสที่เราจะขาดทุนจะมีสูง แต่หากลงทุนใน”กองทุนรวมหุ้น” กองทุนจะทำการกระจายซื้อหุ้นหลายๆตัวหลายๆประเภทแล้วแต่นโยบายการลงทุน ทำให้ลดความเสี่ยงลงไป ดังนั้นหากมีบริษัทใดบริษัทนึงขาดทุน แต่ถ้าเศรษฐกิจภาพรวมยังดีอยู่บริษัทอื่นๆก็ยังคงกำไร ทำให้ภาพรวมของกองทุนไม่ขาดทุน
  2. ระยะเวลาการลงทุน” – เหตุผลที่ตลาดหุ้นเมื่อลงทุนระยะยาวแล้วได้ผลตอบแทนที่ดี ถ้าคิดง่ายๆเศรษฐกิจประเทศไทย ธุรกิจต่างๆในอนาคตไม่ว่ายังไงก็ต้องโตขึ้น มีธุรกิจเกิดใหม่ มีสิ่งอำนวยความสะดวก โครงสร้างพื้นฐาน มากขึ้นทุกปีๆ ดังนั้น ตลาดหุ้นก็ต้องเติบโตไปด้วยหากมองในระยะยาว เพียงแต่ว่าระหว่างทางหุ้นนั้นราคาตอบสนองต่อความคาดหวังในอนาคต จึงมีความผันผวนมากในระยะสั้น ซึ่งตรงนี้เป็นความเสี่ยงสำคัญที่คนทั่วไปถ้าไม่เข้าใจก็จะขาดทุนได้ง่ายๆ การล็อคให้ผู้ลงทุน ลงทุนให้นานพอจึงช่วยลดความเสี่ยงจากการผันผวนนี้ได้ จึงเป็นเหตุว่า “ทำไม LTF ถึงต้องลงทุนอย่างน้อย 7 ปีปฏิทิน” เป็นที่มาของเงื่อนไข LTF ที่จะต้องถือครองอย่างน้อย 7ปี ปฏิทิน ถึงจะสามารถขายได้และได้สิทธิทางภาษีเต็มที่
  3. การกระจายต้นทุน” – การกระจายต้นทุนหรือที่นิยมเรียกกันว่า DCA คือการที่เราวางระบบซื้ออย่างสม่ำเสมอเช่นซื้อทุกเดือน หรือ ซื้อทุกปี ซึ่ง LTF นั้นใช้ลดหย่อนภาษี ทุกคนส่วนใหญ่ต้องเสียภาษีอยู่แล้ว LTF จึงคล้ายๆเป็นแนวบังคับให้คนออมลงทุนทุกๆปีเป็นอัตโนมัติ ส่วนใครจะมีวินัยซื้อทุกเดือน ซื้อมากซื้อน้อยก็แล้วแต่บุคคล แต่การ DCA นั้น คอนเซปของมันคือการที่เราทยอยซื้ออย่างสม่ำเสมอ เช่น หากเราซื้อทุกเดือน ต้นทุนของเราก็จะไม่กระจุกอยู่ที่เดียว และการที่เราใส่เงินเท่าเดิมอย่างสม่ำเสมอ ถ้าหุ้นขึ้น หน่วยลงทุนของกองทุน LTF จะแพงทำให้เราได้หน่วยลงทุนน้อย เท่ากับว่าซื้อแพงน้อย แต่ถ้าหุ้นลง หน่วยลงทุนก็จะถูก ด้วยประมาณเงินที่เราลงทุนเท่าเดิมก็จะได้หน่วยลงทุนมากกว่าปกติ เท่ากับว่าซื้อถูกเยอะ สรุปแล้วเมื่อผ่านไปนานๆตลาดก็จะขึ้นๆลงๆโดยเอนเอียงไปทางขาขึ้น จะเท่ากับว่าเราซื้อแพงน้อยซื้อถูกเยอะต้นทุนเฉลี่ยเราก็จะถูกกว่าที่ควร เป็นการลดความเสี่ยงอีกทางหนึ่ง แถมยังช่วงเปลี่ยนมุมความคิดหรือ Mind set ด้วยอีกว่าถ้าหุ้นลง เราจะดีใจเพราะเราจะได้โอกาสเก็บหน่วยลงทุนเยอะกว่าปกติ แต่ถ้าหุ้นขึ้นเราก็ยังดีใจอยู่เพราะภาพรวมของเงินเรากำไรดี วิธีนี้จะเหมาะกับมนุษย์เงินเดือนมาก เพราะเราสามารถสมัครให้กองทุนตัดบัญชีเงินเดือนอัตโนมัติได้ ทั้งสะดวกและเสี่ยงน้อยกว่าอีกด้วย แต่มีข้อแม้ว่าต้องใช้กับสินทรัพย์ที่อนาคตมีแนวโน้มเติบโตดีอย่างตลาดหุ้น ไม่ควรใช้กับสินทรัพย์ที่เป็น Seasonal หรือเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย หรือสินทรัพย์ที่เราไม่มั่นใจการเติบโตในอนาคต และต้องใช้เวลาที่มากพอในการกระจายต้นทุน LTF จึงเป็นสินทรัพย์ที่เหมาะกับการทำ DCA เป็นอย่างมาก

 

7 ปี ปฏิทิน นับอย่างไร?

7 ปี ปฏิทิน คือการนับปีตั้งแต่ปีที่ลงทุน ไปถึงปีที่ขาย เช่นหากซื้อ LTF ปีนี้ 2561 ก็จะนับเป็นปีที่ 1 ส่วน 2562, 2563 และ 2564 ก็จะนับเป็น 2, 3 และ 4 ตามลำดับ ฉะนั้นเมื่อเงื่อนไข LTF คือ จะขายได้เมื่อครบ 7 ปี ปฏิทิน ก็จะสามารถขายได้ที่ปี 2567 นั่นเอง ซึ่งจะมีเทคนิคเล็กๆคือ ถ้าเราซื้อปลายปี 2561 แล้วขายต้นปี 2567 ก็ยังถูกกฏอยู่แต่เวลาถือครองจริงๆไม่ใช่ 7 ปี แต่จะอยู่ประมาณ 1826-1828วัน หรือประมาณ 5 ปีนิดๆเท่านั้นเอง หรือหากใครนับไม่ถูกก็มีเครื่องคำนวณง่าย [อ่านเพิ่มใน : เครื่องคำนวณปีขาย LTF]

 

ทำไมต้อง 7 ปีปฏิทิน?

การลงทุนในกองทุนเป็นกระจายความเสี่ยงอยู่แล้ว แต่การลงทุนที่นานพอจะลดความเสี่ยงจากความผันผวนได้ แล้วทำไมต้อง 7 ปีปฏิทินหละ? ที่ต้อง 7 ปี ปฏิทินหรือ 5 ปีนิดๆนั้นเพราะ ด้วยวัฏจักรตลาดแล้วสมมุติเราซื้อในกองทุน LTF ในช่วงที่ตลาดที่ดีที่สุด(แพงสุด)แล้วตลาดลง หรือที่ภาษาหุ้นเรียกกันว่า “ติดดอย” ด้วยเวลา 5 ปีนั้นจะเป็นระยะเวลาที่นานพอ ที่เราจะคืนทุน หรือ แทบไม่ขาดทุนเลย หากนำข้อมูลย้อนหลังมาพิสูจน์ก็จะได้คำตอบที่ใกล้เคียงกัน วันที่ทำข้อมูล 18 ตุลาคม 2561 (เป็นช่วงที่หุ้นปรับตัวลงค่อนข้างจากความกังวลจะขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐ) หากมองย้อนไป 5 ปีที่แล้วจากกองทุน LTF ทั้งหมดที่มีในตลาดช่วงนั้นมีทั้งหมด 52 กองทุน มีเพียง 3 กองทุนเท่านั้น ที่ขาดทุน และกองทุนที่ขาดทุนมากที่สุดนั้นขาดทุนเพียง 5% เท่านั้น ซึ่งหากคิดเป็นต่อปีแล้วตกขาดทุนปีละ 1% เท่านั้น เมื่อเทียบกับกองทุนอื่นๆที่กำไรถึง 49 กอง แถมกองทุนที่กำไรมากที่สุดสามารถทำกำไรมากถึง 36% หรือ 6.5% ต่อปี และมีอย่างน้อยๆ 24 กอง ที่กำไรมากกว่า 20% อีกด้วย ถึงแม้ช่วงที่นำข้อมูลมาจะเป็นช่วงที่หุ้นไทยลงมาเยอะพอสมควร

 

จากข้อมูลเหล่านี้จึงเป็นสิ่งสะท้อนว่าการกระจายความเสี่ยงด้วยกองทุน และ การลงทุนที่ยาวนานพอ (อย่างน้อย 5 ปี) สามารถลดความเสี่ยงจากการลงทุนได้ ดังนั้นการลงทุนด้วย LTF จึงเป็นทางเลือกในการประหยัดภาษีเลยทีเดียว เพราะได้ทั้งผลตอบแทน และ ยังได้ลดหย่อนภาษีไปในตัว

ข้อมูล ณ วันที่ 18 ตุลาคม 2561 จาก Morningstarthailand

Previous ยกเลิก LTF จริงหรือหลอก? แล้วจะมีอะไรมาแทน
This is the most recent story.

No Comment

Leave a reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *