การลงทุนของคุณ เป็นแชร์ลูกโซ่หรือเปล่า?


แชร์ลูกโซ่เกิดขึ้นมาหลายปีแล้ว แต่ไม่สามารถถูกกำจัดให้หมดไปได้ซักที่ ยิ่งเวลาผ่านไปเทคนิคชวนเชื่อ วิธีในการหลอกคนให้มาลงทุนก็พัฒนาขึ้นไปอีก ทั้งการหยิบยกเอาความจริงมาสร้างความน่าเชื่อถือให้กับระบบการลงทุน หรือเอาคนน่าเชื่อถือมีชื่อเสียงมาเคลมว่าการลงทุนนี้ปลอดภัย วันนี้ Khunmoney จะมาแนะนำวิธีการป้องกันตัวเองจากการเป็นเหยื่อแชร์ลูกโซ่

การลงทุนแบบไหนที่มีโอกาสเข้าข่ายเป็นแชร์ลูกโซ่

  1. การลงทุนที่การันตีผลตอบแทนสูงๆ – โดยเฉลี่ยแล้วนักลงทุนเก่งๆสามารถทำผลตอบแทนเฉลี่ยสม่ำเสมอได้ 10-15% ต่อปี มีคนเพียงแค่หยิบมือเดียวเท่านั้นที่สามารถทำผลตอบแทนได้สูงกว่านี้และสม่ำเสมอทุกๆปี ดังนั้นหากคุณเจอใครที่มาแนะนำการลงทุนที่สูงแบบ 10% ต่อเดือน หรือ 16% ต่อเดือน ก็แทบจะสรุปได้เลยว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ๆ
  2. หากชวนคนอื่นมาลงทุน จะได้รับผลตอบแทนเพิ่ม – การบอกต่อหรือการชวนคนอื่นต่อแล้วได้ผลตอบแทนนั้นเป็นเทคนิคการตลาดแบบหนึ่งที่ได้ผลดี แชร์ลูกโซ่จึงนำมาใช้เพื่อที่จะหาเหยื่อให้เพิ่มมากขึ้นในระยะเวลาอันสั้นและได้ผลเป็นอย่างดี ดังนั้นถ้าคุณเจอการลงทุนที่แนะนำแล้วได้ผลตอบแทนสูงๆ จนคุณอดสงสัยไม่ได้ว่าแล้วบริษัทมันจะกำไรได้อย่างไร
  3. วาดฝัน ขายฝัน – เทคนิคที่ทำให้คนหลงคนเชื่ออย่างสนิทใจเลยคือการขายฝัน ด้วยการบอกว่ากิจการกำลังขยายตัว จะได้เงินเพิ่มจากสิ่งที่กล่าวอ้างแน่นอน ซึ่งหลายๆครั้งสิ่งเหล่านี้ก็เป็นสิ่งที่ไกลตัว คนทั่วไปเลยอาจจะวิเคราะห์ไม่ถูกว่าเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งขึ้น ดังนั้นการที่เล่าแต่เรื่องผลตอบแทน ผลประโยชน์ เห็นมีคนแต่งตัวดีๆ ขับรถดีๆ มีบ้านหรู หรือมีคนดังดาราดัง ก็ให้สงสัยไว้ก่อนเลยว่าโอกาสที่จะเป็นแชร์ลูกโซ่นั้นสูงมาก

ชื่อการลงทุนที่แชร์ลูกโซ่มักใช้มาแอบอ้าง

  1. ลงทุนในสหรัฐอเมริกา
  2. ลงทุนในหุ้นเทคโนโลยี
  3. ลุงทุนในตลาด FOREX
  4. ลงทุนด้วยวิธีการ Arbitrage, Option Trading
  5. ลุงทุนในเหรียญ Digital, Bitcoin, Crypto Currency
  6. ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ลงทุน 0 บาท ไม่มีต้นทุน

การลงทุนเหล่านี้มีอยู่จริงและก็มีความเสี่ยงในการลงทุนที่สูง จึงมักถูกยกขึ้นมาอ้างเพราะเป็นเรื่องยากและไกลตัวของคนทั่วไปที่จะตรวจสอบแหล่งที่มาของกำไร ไม่ได้อยู่ในกฏหมายไทยโดยอ้างกฏหมายไทยล้าหลัง ทำให้การปลอมแปลงเอกสารยืนยันโชว์ผลตอบแทนที่หรูหราสามารถทำขึ้นมาได้โดยง่าย

คิดอย่างไรให้ตัวเองไม่ตกเป็นเหยื่อแชร์ลูกโซ่?

  1. ลงทุนในสิ่งที่เรามีความรู้ – การลงทุนในสิ่งที่เรามีความรู้หรือถนัด ก็จะช่วยลดความเสี่ยงที่เราจะตกเป็นเหยื่อของแชร์ลูกโซ่ได้ และการลงทุนในสิ่งที่เราถนัดยังช่วยลดความเสี่ยงจากการลงทุนอีกด้วย เมื่อเหตุการณ์ที่ต้องตัดสินใจเองกระทันหันเราก็จะสามารถตัดสินใจได้ด้วยตัวเองอย่างทันท่วงที
  2. ลงทุนด้วยตัวเอง – หากคุณไม่มีข้อมูลมากเพียงพอ การที่ใช้ตัวช่วยหรือมีคนคอยลงทุนให้อาจเป็นสิ่งที่ดี แต่ก็จะเพิ่มความเสี่ยงที่จะตกเป็นเหยื่อของแชร์ลูกโซ่ได้ หากต้องการใช้ตัวช่วยก็ควรเลือกอย่างไตร่ตรอง เพราะหลายๆครั้งคนที่โดนหลอกจากแชร์ลูกโซ่ ก็มาจากการเชื่อใจคนที่เราเชื่อถือและไว้ใจ
  3. ลงทุนในการลงทุนที่มีกฏหมายหรือสถาบันยอมรับ – อย่างการลงทุนในหุ้น ก็จะมีสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ คอยดูแลสิทธิที่ผู้ลงทุนควรได้ ถ้าเกิดเหตุอะไรขึ้นก็ยังมีคนให้พึ่งพิงและช่วยเราแก้ปัญหาให้เราได้ แต่ก็ต้องระวังเพราะหลายๆครั้งแชร์ลูกโซ่ก็ใช้จุดนี้ในการแอบอ้าง ว่าได้รับการรับรองหรือถูกกฏหมายในต่างประเทศ ก็ต้องตรวจสอบกันให้ชัดเจนเพื่อความปลอดภัย
  4. อย่าเชื่อจากตัวอย่างในระยะเวลาสั้น – หลายๆครั้งการที่จะจับปลาตัวใหญ่ได้แชร์ลูกโซ่ก็ต้องปล่อยให้คนได้กำไรจากพวกเค้าไปส่วนนึงก่อน เพื่อที่คนเหล่านั้นจะได้ไปบอกต่อและเป็นหลักฐานความสำเร็จให้คนอื่นเชื่อต่อ ดังนั้นคนสำเร็จในระยะเวลาสั้นมีเงินอย่างรวดเร็วก็อาจจะไม่ใช่ตัวการันตีว่าสิ่งนั้นจะมั่นคงดีและอยู่ต่อได้ยาวๆ
  5. ไม่มีอะไรที่ได้มาง่ายๆในระยะเวลาอันสั้น – ทุกความสำเร็จล้วนแต่ผ่านเส้นทางที่ยากลำบาก อะไรที่ “too good to be true” หรือดีเกินกว่าที่จะเป็นจริง ก็ให้ระวังตัวไว้แล้วพยายามหาข้อมูลเพิ่มเติม
  6. ไม่กู้เงินมาลงทุน – การกู้เงินมาลงทุนบางครั้งอาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขยับขยายกิจการให้โตขึ้นอย่างรวดเร็วได้ แต่การกู้มาลงทุน โดยเฉพาะการลงทุนที่มีความเสี่ยงไม่มีหน่วยงานคุ้มครอง เป็นสิ่งที่อันตรายมาก

ไม่ว่าเราจะมีความรู้หรือเตรียมพร้อมยังไงก็ต้องระวัง เพราะถ้าคนจะเข้ามาหลอกเค้าต่างมีหลากหลายวิธีเพื่อที่จะหลอกเราได้ และวิธีการเหล่านี้เปลี่ยนไปตลอดตามยุคสมัย ทำให้เป็นเรื่องยากมากที่จะตามคนเหล่านี้ทัน เชื่อเถอะถ้าคนมันจะหลอกเค้าสามารถหาทุกสรรพสิ่งมาเพื่อหลอกคุณได้ ขอเพียงคุณมีสติและไตร่ตรองให้ดีก็จะไม่ตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวง

การลงทุนที่ดีสิ่งที่สำคัญไม่ใช่ผลตอบแทนสูงสามารถเป็นเศรษฐีได้ชั่วพริบตาเพราะมันเป็นการลงทุนชวนเชื่อที่หวือหวาและมีเพียงคนแค่หยิบมือเดียวเท่านั้นที่จะได้ไปครอง แต่การลงทุนที่ดีคือสามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างสม่ำเสมอ (Consistency) และมั่นคง (Sustainable) เป็นระยะเวลานาน ที่เกิดจากการสร้างวินัยและหมั่นศึกษาหาความรู้

Previous จัดอันดับกองทุน LTF เมษายน 2019
Next เรื่องควรรู้ "เครดิตบูโร"

No Comment

Leave a reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *