อยากขยายธุรกิจรับยอดขาย ใช้ธนาคารยังไงได้บ้าง?


นักธุรกิจรุ่นใหม่หลายคนเริ่มกิจการทำธุรกิจของตัวเองจนธุรกิจเป็นรูปเป็นร่าง เมื่อถึงจุดที่สร้างรายได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กิจการขยายตัวก็เริ่มจะมองหาหนทางที่จะขยายธุรกิจให้ธุรกิจของเราเจริญเติบโตอย่างไรต่อดี? ธนาคารสามารถเป็นเครื่องมือสนับสนุนการขยายตัวของธุรกิจเราได้ แต่เราจะต้องเลือกให้สอดคล้องกับความต้องการของธุรกิจหรือกิจการของเรานั้นเอง

เงินทุน (เพื่อการขยายกิจการ)

การที่เราจะซื้อสถานประกอบการหรือสำนักงานของธุรกิจนั้น จะรอสะสมกำไรจนกว่าจะได้ซื้อตามราคาก็คงไม่ทันกินพอดีเพราะยุคสมัยปัจจุบันนี้การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องธรรมดา กว่าจะเก็นเงินสะสมคู่คงนำหน้าไปแล้ว การใช้เงินทุนเพื่อขยายกิจการช่วยให้ธุรกิจสามารถเติบโตหรือพัฒนาอย่างต่อเนื่อง หรือแม้กระทั่ง เงินทุนสำหรับหมุนเวียนในกิจการ หรือ บริการที่ธนาคารเรียกว่า วงเงินเบิกเกินบัญชี รู้จักกันดีในชื่อที่เรียกกันว่า O/D (Overdraft) นั้นเอง ธุรกิจใช้บริการนี้เพื่อการเพิ่มความคล่องตัวในการใช้จ่ายของกิจการ แก้ปัญหาการรอเงินทางนู้นจ่ายมาก่อนเดี๋ยวค่อยไปจ่ายให้อีกเจ้านึงทีหลัง เราสามารถสั่งจ่ายได้เลยไม่เกินวงเงินที่มีอยู่ ยิ่งธุรกิจมีให้ระยะเวลาการจ่ายเงินของลูกค้าตัวเอง เดือนบ้าง 2 เดือนบ้าง แต่ด้าน Supplier เรากลับไม่ให้เวลาเราบ้างเลยเนี่ย จุดนี้ธุรกิจเราใช้ธนาคารให้เป็นประโยชน์ได้

ธุรกรรมระหว่างประเทศ (เพื่อธุรกิจที่ส่งออก-นำเข้า)

การโอนเงินหรือรับเงินจากต่างประเทศนั้นจะต้องมีธนาคารปลายทางและต้นทางร่วมการดำเนินการเพื่อธุรกรรมนั้นๆ ธนาคารจึงเป็นเครื่องมือในการทำธุรกรรมกับคู่ค้าของธุรกิจเราในต่างแดนได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น กิจการจึงมีความสามารถในการสรรหาคู่ค้าต่างประเทศเพื่อประสิทธิภาพของสินค้าและบริการที่สูงขึ้น แทนที่จะต้องมีการเดินทางด้วยเพื่อจัดการธุรกรรมนั้นๆ โดยการบริการของธนาคารเราใช้ให้เป็นผู้ช่วยตรวจสอบเอกสารประกอบการนำเข้า-ส่งออก หรือ B/L (Bill of lading) เพื่อการปกป้องการชำระเงินที่ผิดพลาดได้ รวมไปถึงการจัดการกับความเสี่ยงในการผันผวนของค่าเงินประเทศที่เราทำธุรกรรมนั้นๆด้วย ที่อาจส่งผลกระทบร้ายแรงต่อต้นทุนธุรกิจของเจ้าของกิจการได้

การจัดการเงินสด (เพื่อธุรกรรมที่ไม่ยุ่งยาก)

การค้าขายในยุคสมัยนี้ที่ก้าวล้ำด้านเทคโนโลยีเป็นยุคสมัยดิจิตอลนั้น ไม่ได้มีเพียงการใช้จ่ายด้วยเงินสดอีกต่อไป การโอนจ่ายแม้จะเป็นยอดเล็กๆก็ตาม เป็นที่นิยมการอย่างแพร่หลาย ซึ่งการเก็บเงินสดเป็นจำนวนมากเกินความจำเป็นอาจเป็นเหตุแห่งความกังวลใจ ที่ต้องคอยดูแลจำนวนเงินสดก้อนนี้ว่าจะ ไม่มีใครมาขโมยงัดเอาไป หรือ เหตุเพลิงไหม้ทำให้เงินสดจำนวนนี้สูญหายไปได้ ธุรกิจเราจึงใช้ธนาคารเป็นที่เก็บเงินได้ เพราะนอกจากจะลดความเสี่ยงเรื่องดังกล่าว ธนาคารยังจ่ายดอกเบี้ยซึ่งเป็นผลตอบแทนจากการฝากเงินกับธนาคารอีกด้วย ยิ่งกิจการฝากเงินไว้กับบัญชีธนาคารที่ออกแบบมาให้บริการธุรกิจสามารถใช้จ่ายได้สะดวกสบายด้วยแล้ว เช่น บริการการจ่ายเช็คที่สามารถระบุจำนวนเงินอย่างชัดเจนและระบุตัวผู้รับเงินจำนวนนั้นไม่สามารถตกเป็นของผู้อื่นที่เราไม่ประสงค์จะจ่ายให้ได้, การทำธุรกรรมกับคู่ค้าจำนวนมาก หรือ การดำเนินเรื่องผ่อนชำระให้กับลูกค้าของกิจการ เป็นต้น

บริการลดความเสี่ยง (เพื่อความมั่นคงของกิจการ ประกันที่เป็นประโยชน์กับธุรกิจ)

ธุรกิจสามารถทิ้งความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับกิจการไว้ให้กับธนาคาร เพราะหากเกิดเหตุไม่คาดฝันอันใดขึ้น ธุรกิจจะยังคงดำเนินต่อไปได้ ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์จากธุรกิจไม่ว่าจะเป็นครอบครัวเจ้าของกิจการ, กิจการในเครือหรือคู่ค้าของกิจการ จะสามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้อย่างไม่ลำบาก ด้วยการจ่ายค่าชดเชยของธนาคารให้กับความเสียหายที่เกิดขึ้น ธุรกิจจึงสามารถใช้ธนาคารสร้างความมั่นคงของกิจการขึ้นได้ อย่างที่เขาว่ากันว่า “หากไม่เกิดเหตุร้ายขึ้นก็ดี, แต่หากเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ใครๆก็มักจะถามกันว่า คุณทำประกันไว้หรือเปล่า?”

ทั้งหมดนี้ยังเป็นเพียงบริการขั้นต้นของธนาคารเท่านั้นที่ธุรกิจสามารถนำมาใช้ประโยชน์กับกิจการ ยังไม่รวมบริการอื่นๆที่ธนาคารจะจัดสรร คิดค้นและออกแบบมาเพื่อสนับสนุนธุรกิจของเจ้าของกิจการเพื่อการเติบโตและพัฒนาศักยภาพ ธุรกิจจึงควรใช้ธนาคารเป็นเครื่องเพื่อกิจการ แต่ต้องใช้เครื่องนั้นให้เป็นนั้นเอง

ในอนาคตอันใกล้ก็มีอีกช่องทางใหม่ที่จะมาสนับสนุนด้านการเงินของภาคธุรกิจ อย่างการกู้เงินแบบ Peer to Peer Lending (P2P) [อ่านเพิ่มใน : Moneywecan แหล่งเงินทุนเพื่อธุรกิจ ]

Previous [Review]SCB connect นวัตกรรมใหม่ ทำอะไรไปจำได้หมด
Next ประกันสุขภาพควรมีอะไรบ้าง ซื้ออะไรดี?

No Comment

Leave a reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *