4 เหตุผลที่ต้องรีบวางแผนเกษียณ


 

การเกษียณอาจจะดูไกลสำหรับหลายๆคน แต่ถ้าช้าไปแค่ปีเดียวเงินอาจจะหายไปเป็นล้านเลยนะ

ไม่ว่าจะเป็นสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป โครงสร้างครอบครัว จากครอบครัวใหญ่ๆในบ้านหนึ่งหลังก็เริ่มมีการกระจายเป็นครอบครัวเล็กๆ อยู่ด้วยตัวเอง พึ่งพิงกันน้อยลง Aging Society ประชากร หนุ่มสาวเริ่มน้อยลงเรื่อยๆเมื่อเทียบกับผู้สูงอายุ จึงเถียงไม่ได้เลยว่าเรื่องเงินจะเป็นปัจจัยสำคัญ ยิ่งหากเมื่อเกษียณและหมดรายได้แล้ว จะเอาเงินที่ไหนใช้? การวางแผนเกษียณจึงเป็นเรื่องสำคัญ แล้วเมื่อไหรหละที่จะเริ่มวางแผน อายุเท่าไหรดี? คำตอบง่ายๆคือ ยิ่งเร็วยิ่งดี หรือเริ่มคิดตั้งแต่เริ่มทำงานเลยก็ยิ่งดี

4 เหตุผลที่ต้องรีบวางแผนเกษียณ

  1. ยิ่งลงทุนเร็วเงินยิ่งโต จะเห็นได้ชัดจากตัวอย่างหากเราจะเกษียณด้วยเงิน 10 ล้านบาท ในอายุ 55 ด้วยพอร์ตการ
    ลงทุน10% ถ้าเราเริ่มเก็บตั้งแต่ 25ปี จะเก็บแค่เดือนละ 4พันกว่าบาทต่อเดือน ก็ได้ 10 ล้านตอนเกษียณแล้ว กลับ
    กันหากมาเริ่มเก็บตอนอายุ 45 ต้องใช้เงินเดือนละ 4หมื่น8พันกว่าบาทต่อเดือน เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย 10 ล้าน ซึ่ง
    หากบางคนเป้าหมายใหญ่ก็ต้องเพิ่มเงินขึ้นไปอีก
  2. ประโยชน์ทางภาษี เป็นการดีที่หากเราเริ่มเก็บออมเงินเพื่อเกษียณ รัฐก็ใจดีเปิดช่องทางต่างๆที่ได้รับประโยชน์
    เหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นการออมจากการซื้อ RMF, Provident Fund, กบข เงินเหล่านี้ก็สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้
    หรือหากคนที่สนใจลงทุนลงทุนบ้านคอนโด ดอกเบี้ยจากการกู้ก็สามารถมาลดหย่อนได้เช่นกัน แถมอสังหาริมทรัพย์
    นั้นสามารถปล่อยเช่าและมีมูลค่าเพิ่มขึ้นในอนาคตอีกด้วย
  3. ค่าใช้จ่ายหลังเกษียณ ต่อให้เราประหยัดยังไงสุดท้ายเมื่อเกษียณค่าใช้จ่ายต่างๆที่เกิดขึ้นก็หนีไม่พ้น ไม่ว่าจะเป็น
    สุุขภาพ ค่ารักษาพยาบาลที่แพงขึ้นทุกปีๆ ประกันชีวิต ลูกๆหลานๆ และค่าใช้จ่ายในการดำเนินชีวิตในแต่ละวันที่จะสูง
    ขึ้นมากกว่าปัจจุบัน จะดีกว่ามั้ยถ้าเราเกษียณแล้วยังออกไปเที่ยวต่างประเทศ ใช้ชีวิตแบบที่อยากทำไม่ต้องกังวลเรื่อง
    เงินทอง การวางแผนจึงสำคัญ
  4. ไม่ว่าใครก็คงกลัวความผันผวนของราคาในตลาดหุ้น กองทุน
    หรือสินทรัพย์อื่นๆ แต่หากเป็นการลงทุนระยะยาว ด้วยเวลาจะช่วยลดความเสี่ยงจุดนี้ไปได้

สิ่งที่ควรระวังในการออมเพื่อการเกษียณ

  1. เงินสภาพคล่อง และ เงินใช้จ่ายปัจจุบัน การออมเพื่อการเกษียณ เพื่อผลตอบแทนที่ดีกว่าควรจะลงทุนระยะยาว
    เท่ากับว่าเงินเหล่าๆนั้นไม่สามารถนำมาใช้เพื่อสภาพคล่อง หรือเอาเงินเหล่านั้นมาหมุนไม่ได้ ฉะนั้นหากยังมีรายได้ไม่
    มากและรายจ่ายค่อนข้างสูงก็ไม่ควรแบ่งสัดส่วนไปลงส่วนนี้มากเกินไป ควรเตรียมเงินสภาพคล่อง/เงินสำรองฉุกเฉิน
    ให้พร้อมก่อน จึงค่อยเพิ่มสัดส่วนการลงทุนเมื่อเกษียณ
  2. หากใช้ประโยชน์ทางภาษี เช่น RMF ควรศึกษาและ เก็บเอกสารหลักฐานให้ดี เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบและ
    ยืนยันสิทธิ
There is no more story.
Next คำนวณเงินออมด้วย Time Value of Money

No Comment

Leave a reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *