การพนัน 1 ล้านดอลล่า ของ Warren Buffett กับ Passive Fund


Warren Buffett หนึ่งในชื่อที่ไม่มีนักลงทุนคนไหนไม่รู้จักหรือไม่เคยได้ยินชื่อนักลงทุนในตำนาน อย่าง วอร์เรน บัฟเฟตต์ มหาเศรษฐีที่เคยเป็นอันดับ 1 ของโลก โดยความร่ำรวยทั้งหมดเกิดจากการลงทุนล้วนๆ และ เป็น 1 ในผู้กองก่อตั้ง Index Fund หรือ Passive Fund [อ่านเพิ่มใน : อภินิหาร Passive Fund ความลับที่หลายคนไม่รู้] กองแรกสำหรับนักลงทุน

เมื่อ 10 ปีที่แล้ว Warren Buffett ได้ทำการท้าบรรดา Hedge Fund (กองทุนที่มีความเสี่ยงสูง) ด้วยเงิน 1 ล้านดอลล่า ว่ากองทุนเหล่านั้นไม่สามารถบริหารและเอาชนะมูลค่าตลาดเฉลี่ย หรือ S&P500 Index Fund ในระยะเวลา 10 ปีได้ โดย Protégé Partners LLC  ได้รับคำท้าและเลือกกองทุน Hedge Fund 5 กองมาแข่งขัน โดยที่ Warren Buffet เลือกเพียงกองเดียวคือ Vanguard Admiral Shares S&P 500 Index Fund (กองทุนที่ได้รับผลตอบแทนตามการขึ้นลงของมูลค่าเฉลี่ยหุ้น500ตัวใหญ่สุดของตลาดอเมริกา) โดยการคำนวณผลตอบแทนนี้ได้เริ่มต้นวันที่ 1 มกราคม 2008 โดยจะใช้เวลา 10 ปี ในการวัดผล

ผลสรุปออกมาชัดเจนตั้งแต่ยังไม่ถึงปีที่ 10 ในปีที่ 9 ผลตอบแทนรวมของกองทุน Hedge Fund ทั้ง 5 กองเฉลี่ยคือ 22% กองที่ดีที่สุด ทำผลตอบแทนได้ 62.8% ตามด้วย 28.3%, 8.7%, 7.5% และ 2.9% แต่ Index Fund กลับทำผลตอบแทนได้ถึง 85.4% ซึ่งสูงกว่าผลตอบแทนรวมของทั้ง 5 กอง และยังสูงกว่ากองที่ดีที่สุดอีกด้วย

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น?

มีหลายๆเหตุผลที่ทำให้การที่แทบไม่ทำอะไรเลยอย่างเกาะ Index (ค่าเฉลี่ย)ไปดื้อๆแบบไม่ต้องคิดอะไรมาก ถึงชนะการพยายามทำผลตอบแทนให้ดีกว่าค่าเฉลี่ย หนึ่งในสาเหตุหลักคือค่า Fee (ค่าธรรมเนียมกองทุน) เนื่องจาก Hedge Fund ต้องการผู้บริหารกองทุนในการคัดเลือกตัดสินใจทำการบ้านสืบค้นข้อมูลเพื่อที่จะได้หุ้นที่คิดว่าดีที่สุดและดีกว่าตลาดจึงมีค่าใช้จ่ายค่าเสียเวลาสูง และด้วยค่า Fee นี้เองทำให้ไปตัดทอนผลตอบแทนในทุกๆปี และไปลดผลตอบแทนจากดอกเบี้ยทบต้นให้หายไปทีละนิดทีละหน่อยซึ่งในระยะสั้นอาจไม่ต่างกันเท่าไหร แต่ในระยะยาวจะมีผลมหาศาล ยิ่งหากเปรียบเทียบด้วยระยะเวลาที่มากกว่า 10 ปี อาจจะยิ่งเห็นผลกว่าเดิม อีก 1 เหตุผลคือ Human Error การที่เรา Action เยอะ หรือการที่ต้องอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องตัดสินใจครั้งสำคัญบ่อยๆมีโอกาสที่เราจะนำอารมณ์เข้ามาร่วมการตัดสินใจโดยไม่รู้ตัว ทำให้ผลลัพธ์ของการตัดสินใจอาจไม่ถูกต้องและได้ผลลัพธ์ที่แย่กว่าที่ควร

เห็นได้ชัดเลยว่าการลงทุนไม่จำเป็นต้องยากเสมอไป ไม่ต้องทำเยอะ แต่ต้องรู้และทำถูกต้อง ทั้งเข้าใจ สร้างระบบ ลดความเสี่ยง และ ใช้ถูกวิธีก็สามารถสร้างผลตอบแทนที่สมเหตุสมผลได้ แม้จะเป็นแค่ Passive Fund ก็เอาชนะ Active Fund ได้เหมือนกัน

 

Previous ประกันสุขภาพเด็ก แบบไหนถึงจะดี?
Next อภินิหาร Passive Fund ความลับที่หลายคนไม่รู้

No Comment

Leave a reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *