หลัก 4 ข้อเทรด DW ยังไงไม่ให้เจ๊ง


สำหรับคนที่ซื้อขายหุ้นอยู่แล้ว ต้องการตัวช่วย DW ก็เป็นเครื่องมือที่ดีตัวหนึ่ง แต่หากใครยังไม่มีพื้นฐานขอให้ข้ามเรื่องนี้ไปก่อน

วันนี้เราจะดูข้อมูล Derivatie warrant จากเว็บ BLS Warrant เริ่มจากคลิก Select Underlying ทางเมนูซ้ายมือ และเลือกหุ้นที่เราสนใจ ก็จะมีข้อมูลDW ของหุ้นตัวนั้นๆ แต่เนื่องจากมีหลายตัวเราจะมาดู 4 ตัวแปรที่เราจะใช้ในการเลือก DW

เพื่อให้เรารู้จักวิธีคัด Derivative Warrant ที่เหมาะกับการเทรดของเราจะต้องดู 4 อย่างนี้ก่อน

1. Time Decay

สิ่งแรกที่สำคัญที่สุดเลยคือ Time decay หากเราต้องการถือยาวๆ เช่นหลายวัน หรือ หลายอาทิตย์ ต้องเลือก Time Decay ให้น้อยที่สุดมิเช่นนั้นมูลค่าของ DW จะลดลงไปทุกวันๆ Time decay ที่เหมาะสมในการถือยาวถือน้อยกว่า -0.20% ยิ่งน้อยยิ่งดี ส่วนถ้าคนที่ซื้อขายจบภายในวัน ไม่ห่อกลับบ้านแน่นอนตรงนี้อาจจะไม่ต้องสนใจเป็นพิเศษ

2. Effective Gearing

คือจำนวนเท่าของราคาที่เปลี่ยน หาก Eff.Gearing = 4 เมื่อหุ้นราคาเปลี่ยนไป 1% DW จะเปลี่ยนไป 4% หรือพูดง่ายๆคือหุ้นขึ้น 1% DWขึ้น 4% หรือ 4 เท่านั้นเอง

3. Sensitivity

ถ้าแปลแบบไทยๆก็คือความอ่อนไหวนั่นเอง หากSensitivity = 0.5 เท่ากับว่า หุ้นต้องขยับ 2 ช่อง(ช่องBid Offer) DW จะขยับ 1 ช่อง ซึ่งหาก Sensitivity = 1 หุ้นขยับ 1 ช่อง DW ก็จะขยับไปพร้อมๆกัน หลายๆคนอาจสงสัยว่าแล้วความอ่อนไหวมันสำคัญยังไง ดูแค่Gearing ก็น่าจะพอแล้วหนิ ลองดูตัวอย่างนี้ หาก Sensitivity = 0.1 นั่นหมายความว่าหุ้นขยับไป 10 ช่อง DW เพิ่งขยับไปช่องเดียว ฉะนั้นควรหลักเลี่ยง DW ที่ Sensitivity ต่ำมากๆไว้จะดีกว่า

4. Expire Date

วันหมดอายุ อย่าถือ DW ที่ใกล้ๆวันหมดอายุ เพราะหากลืมขายมันจะถูกคำนวณมูลค่าทันที ซึ่งหาก Out of the Money หรือ DW ไม่มีมูลค่าเงินทั้งหมดที่ใส่ไปจะเท่ากับ 0 ทันที

นี่ก็เป็นเพียงพื้นฐานง่ายๆทำให้เราสามารถปรับใช้ DW แทนการถือหุ้นได้ ในต้นทุนที่ถูกกว่า แต่สามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่า อย่าลืมวางแผนในการซื้อขายและมีวินัยในการตัดขาดทุน เพราะเงินต้นสำคัญที่สุดในการลงทุน

Previous เงินสำรองฉุกเฉินทำไมต้องมี
Next VAT ขึ้นเป็น 9% !!!

No Comment

Leave a reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *