4 ความเจ๋งของกองทุนตลาดเงิน ที่ฝากแบงค์ไม่มี


อยากเก็บเงินแต่ดอกเบี้ยแบงค์ต่ำ อยากได้ดอกดีๆ ถอนง่ายๆ มีแบบไหนบ้างน้าาาา

เดี๋ยวนี้ฝากแบงค์ดอกเบี้ยต๊ำต่ำ หากจะหนีไปฝากประจำเงินก็เหมือนโดนขังเกิดฉุกเฉินจะถอนออกมาก่อนก็โดนปรับดอกเบี้ยอีก ทางเลือกสำหรับสถานการ์ณที่ไม่มีบัญชีออมทรัพย์ดอกดีๆให้ฝาก

จะดีกว่ามั้ยถ้าเรามาสามารถมีสภาพคล่องจากการฝากเงิน และได้ผลตอบแทนที่ดีจากออมทรัพย์ไปพร้อมๆกัน

เรามาเริ่มรู้จักกองทุนตลาดเงินและตราสารหนี้กันดีกว่า เพราะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าออมทรัพย์ และยังสามารถมีสภาพคล่องหรือถอนออกมาได้ภายใน 1 วันทำการเอง

หลายๆคนคงตั้งคำถามแล้วว่า “กองทุน” จะมีความเสี่ยงมั้ย ตอบได้ง่ายๆเลยมี แต่น้อยมากๆ เช่นกองทุนตลาดเงินอาจมีความเสี่ยงใกล้เคียงการฝากออมทรัพย์ในแบงค์ด้วยซ้ำ ซึ่งอันดับความเสี่ยงของทุนตลาดเงินอยู่ที่อันดับ 1 หรือ น้อยที่สุดในบรรดากองทุนทุกประเภทเลย [อ่านเพิ่มใน : มารู้จักระดับความเสี่ยงทั้ง 8 ในกองทุนกันดีกว่า] เห็นอย่างนี้แล้วหลายๆคนคงสบายใจขึ้นที่จะเริ่มศึกษากองทุนพวกนี้กันแล้ว เรามาเริ่มเรียนรู้กันเลยดีกว่า

เริ่มจากน้องเล็กที่มีความเสี่ยงต่ำก่อน “กองทุนตลาดเงิน(ในประเทศ)” 

กองทุนตลาดเงิน ก็คือ กองทุนที่ระดมเงินไปฝากในสินทรัพย์ที่เสี่ยงต่ำ อายุต่ำกว่า 1 ปี ได้ผลตอบแทนสม่ำเสมอมั่นคง ทำให้ได้ผลกำไรทุกวัน แต่ไม่หวือหวา

เช่นหากเราใส่เงินไป 100 บาท พรุ่งนี้ต้องได้มากกว่า 100 บาท แน่นอน แต่อาจจะได้เพียง 100.005 หรือน้อยกว่านั้นแต่เมื่อรวมทั้งปีแล้วส่วนใหญ่ได้มากกว่า 1-2% ซึ่งมากกว่าออมทรัพย์ปกติ และยังโตทุกวันไม่เหมือนบัญชีออมทรัพย์ที่ต้องรอสิ้นเดือน หรือ ทุกครึ่งปีกว่าจะได้ดอกเบี้ยมาใช้ ส่วนเวลาถอนเงินนั้นส่วนใหญ่ก็รอเพียง T+1 หรือ ส่งคำสั่งวันนี้ได้เงินพรุ่งนี้ ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์และเสาร์อาทิตย์ [อ่านเพิ่มใน : เวลาขายกองทุน T+1 / T+3 คืออะไรนับยังไง] ที่สำคัญกองทุนตลาดเงินไม่เสียภาษีด้วย ซึ่งออมทรัพย์หากได้ดอกเบี้ยเยอะๆ ต้องโดนภาษีนะ

สรุปแบบด่วนจี๋ กองทุนตลาดเงินเปรียบเทียบคล้ายออมทรัพย์

ข้อดี

  1. เงินโตขึ้นทุกวัน เปรียบเสมือนได้ดอกเบี้ยทุกวัน
  2. มีโอกาสได้ผลตอบแทนที่ดีกว่าออมทรัพย์ทั่วไป
  3. มีสภาพคล่องที่สูงมาก และ เสี่ยงต่ำที่สุดในกองทุน
  4. ไม่เสียภาษี

ข้อเสีย

  1. ดอกเบี้ย/ผลตอบแทนไม่คงที่ ขึ้นอยู่กับดอกเบี้ยตลาด
  2. ระยะเวลาในการถอนช้ากว่าออมทรัพย์ ต้องรอเงิน 1 วัน หรืออาจมากกว่านั้น
  3. อาจมีขั้นต่ำในการซื้อ ขึ้นอยู่กับนโยบายของกองทุนนั้นๆ

ฉะนั้นเงินเก็บ เงินเดือน หรือเงินที่อาจจะต้องนำมาใช้ในเวลาไม่นาน เช่น เงินสำรองฉุกเฉิน [อ่านเพิ่มใน : เงินสำรองฉุกเฉินคืออะไร?] เงินที่เตรียมไว้ซื้อหุ้น หรือกองทุน สามารถนำมาลงทุนในกองทุนตลาดเงินก่อนได้ ได้ทั้งสภาพคล่อง และผลตอบแทนที่ดีกว่า แบบนี้สบายใจกว่าเยอะเลย ทั้งนี้ทั้งนั้นเงินที่ใช้จับจ่ายใช้สอยทุกวัน เช่นค่ากินอยู่ ค่ารถ ก็ยังควรเก็บในออมทรัพย์ เพราะทั้งสะดวกและมีATMมากมาย แยกโจทย์ ประโยชน์การใช้ให้ถูก เพื่อประโยชน์สูงสุดนะครับ 🙂

[อ่านเพิ่ม : เจาะลึกกองทุนตราสารหนี้ คืออะไร?]

 

Previous เวลาขายกองทุน ได้เงินเมื่อไหร? T+?
Next Prompt pay ดีจริงมั้ย อันตรายหรือเปล่า?

No Comment

Leave a reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *