ประกันสุขภาพควรมีอะไรบ้าง ซื้ออะไรดี?


ประกันสุขภาพแบ่งกว้างๆเป็น 5 หมวด หลายๆคนคงจะงงกับประกันสุขภาพที่มีมากมาย จริงๆแล้วแต่ละแบบก็ตอบโจทย์สถานการ์ณที่ต่างๆกันไป จึงทำให้แต่ละคนมีความต้องการประกันสุขภาพที่แตกต่างกัน เรามาดูกันดีกว่าว่ามีประเภทไหนบ้าง

  1. โรคร้ายแรง – อันดับ 1 ที่คร่าชีวิตคนไทย และค่าใช้จ่ายที่สูงมาก คือโรคมะเร็ง ปัจจุบันการแพทย์พัฒนาไปไกล การเป็นโรคมะเร็งไม่น่ากลัวเหมือนแต่ก่อน มีโอกาสรักษาได้ แต่ยิ่งต้องการยาดี การรักษาดีๆ ค่าใช้จ่ายยิ่งสูงขึ้นเรื่อยๆอาจถึงหลักล้าน และหลายๆครั้งก็อาจจะเรื้อรังยืดเยื้อจนค่ารักษาบานปลายหลายครอบครัวหมดตัว เป็นหนี้กันทีเดียว และโรคร้ายแรงอื่นๆอีกมากมายที่ไม่ควรมองข้าม เพราะต้องใช้เงินก้อน ประกันโรคร้ายแรงจึงมาช่วยตอบโจทย์หากเป็นโรคร้ายแรงตามที่กำหนดก็จะได้เงินก้อนแทนค่าตกใจและสามารถนำไปใช้จ่าย หรือ จ่ายค่ารักษาในส่วนที่เกินจากความคุ้มครองค่ารักษาที่มีอยู่
  2. อุบัติเหตุ – อันดับ 2 ที่คร่าชีวิตคนไทย สิ่งที่หลายๆคนไม่อยากให้เกิดขึ้นก็คืออุบัติเหตุ แต่ต่อให้เราระวังตัวยังไงก็อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ยิ่งคนที่ต้องเดินทางบ่อยก็ยิ่งเสี่ยงกว่า เพราะหลายๆครั้งอุบัติเหตุไม่ใช่เล็กๆเลย และบ่อยครั้งก็ต้องเข้าห้อง ICU ซึ่งมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก
  3. ค่ารักษา – การนอนพยาบาล หรือการเป็นผู้ป่วยในปัจจุบันมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก แม้เราจะป่วยเล็กน้อยนอนแค่คืน2คืน ก็อาจจะต้องตกใจกับใบเสร็จเป็นหลักหมื่น แล้วหากต้องใช้เวลารักษายาวนาน หรือมีการผ่าตัดใหญ่ค่าใช้จ่ายคงไม่น้อยทีเดียว หลายๆคนอาจจะคิดว่ามีประกันสังคมอยู่แล้ว แต่ความจริงแล้วการดูแลของโรงพยาบาลที่มีต่อคนที่ใช้ประกันสุขภาพ และ ประกันสังคมนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เป็นประกันสุขภาพที่สำคัญมากๆ อย่างน้อยๆควรมีติดตัวไว้ซักนิดก็ยังดี ส่วนใครอยากรู้ว่าโรงพยาบาลใกล้บ้านค่าห้องคืนนึงต้องใช้เท่าไหรไปได้ในนี้เลย [อ่านเพิ่มเติม : อัพเดท ค่าห้อง ค่าโรงพยาบาล 2561]
  4. ชดเชยรายได้ – หากคุณเป็นคนหารายได้แล้วต้องป่วยยาวๆ แน่นอนเลยต้องกระทบกับงานและรายได้คุณอาจหยุดลงแต่รายจ่ายนั้นไม่หยุด ป่วยแล้วต้องกังวลกับค่าใช้จ่ายอื่นๆนอกจากค่ารักษาอีกคงจะไม่ดีแน่  ประกันชดเชยรายได้จะช่วยจ่ายเงินตามความคุ้มครองที่กำหนดตามจำนวนวันที่เราที่เราเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล
  5. ทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง – ทุพพลภาพถาวร หรือ พิการนั้นส่งผลกระทบกับทุกอย่างไม่ว่าจะค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ความสามารถในการสร้างรายได้ที่ลดลง หากโชคร้ายเกิดทุพพลภาพขึ้นมา เราก็คงไม่อยากจะต้องจ่ายเบี้ยประกันเอง ทางบริษัทประกันก็จะช่วยเหลือคุ้มครองส่วนนี้ให้ หากมีประกันสุขภาพในหมวดนี้

เราควรจะมีอย่างน้อยๆทุกหมวด และหากหมวดไหนเรามีโอกาสเสี่ยงมากกว่าคนอื่น ก็ควรเพิ่มให้สูงขึ้นเป็นพิเศษ ส่วนจะรู้ได้ไงว่าเราควรมีอะไรเยอะเป็นพิเศษ เราสามารถดูได้จากงานที่เราทำมีความเสี่ยงอะไรมั้ย ต้องเดินทางบ่อยหรือเปล่าหรือต้องเจอฝุ่นหรือสารเคมีเยอะทุกวัน และ ประวัติคนในครอบครัวมีใครป่วยเป็นโรคอะไรบ้างเพราะหลายๆโรคส่งต่อตามพันธุกรรม

ประกันสุขภาพมีมากเกินไปก็อาจเกินจำเป็น แต่ไม่มีเลยก็เสี่ยงเกินไป เพราะเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น การโอนความเสี่ยงออกไปเป็นวิธีป้องกันเงินของเราได้ดีที่สุด

Previous อยากขยายธุรกิจรับยอดขาย ใช้ธนาคารยังไงได้บ้าง?
Next อัพเดท ค่าห้อง ค่าโรงพยาบาล 2561

No Comment

Leave a reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *